ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองขวาว โทร. 044-560-223  
 
 
 สภาพทั่วไป
 ตราสัญลักษณ์
 บริการขั้นพื้นฐาน
 สภาพทางสังคม
 สภาพเศรษฐกิจ
 ติดต่อหน่วยงาน
 แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2561-2565)
 กฏหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง
 แผนดำเนินงานประจำปี
 รายงานการติดตามการดำเนินงานประจำปี
 รายงานการกำกับติดตามการดำเนินงาน รอบ 6 เดือน
 ประชาสัมพันธ์ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT)
 ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT)
 อำนาจหน้าที่
 การเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม
 
 
 สำนักปลัด
 กองคลัง
 กองช่าง
 กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
 โอนงบประมาณ
 
 
 โครงสร้างอบต.
  คณะผู้บริหาร
  สมาชิกสภา
  หัวหน้าส่วนราชการ
  สำนักปลัด
  กองคลัง
  กองช่าง
  กองการศึกษาฯ
 
 
รายงานกิจการสภา
ประกาศ
ข่าวประชาสัมพันธ์
คู่มือประชาชน
ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงาน
ศูนย์ดำรงธรรม
กองทุนหลักประกันสุขภาพ
เบี้ยผู้สูงอายุ
อปพร.
ผลิตภัณฑ์ตำบล
มุมอาเซียน
รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ
จดหมายข่าว
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
แบบสอบถามความพึงพอใจ
ภาพกิจกรรม
ผลิตภัณฑ์ตำบล
ผลงานเด่น
สถานที่สำคัญ
หนังสือราชการ สถ.
หนังสือราชการ สถ.จ.
 
 
  แผนยุทธศาสตร์
  แผนพัฒนาสี่ปี
  แผนการขับเคลื่อนหน่วยงาน
  แผนดำเนินงานประจำปี
  รายงานการกำกับติดตามการดำเนินงาน รอบ 6 เดือน
  รายงานผลการดำเนินงานประจำปี
 แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี (พ.ศ.2561 - 2564)
 แผนการดำเนินงาน
 รายงานการติดตามแผนพัฒนาท้องถิ่น
 รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี
 ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
 โอนงบประมาณ
 แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2561-2565) แก้ไข ครั้งที่ 1
 
 
  ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
  แผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี
  รายงานการกำกับติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ รอบ 6 เดือน
  รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี
 ทบทวน ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ข้อบัญญัติ
 
แผนการจัดซื้อจัดจ้างหรือแผนการจัดหาพัสดุ
ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง
ผลประกาศการจัดซื้อจัดจ้าง
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุรายเดือน
รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุประจำปี
รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ราคากลางจัดซื้อจัดจ้าง
แผนปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศผู้เสนอราคา
 
เจตจำนงสุจริตของผู้บริหาร
การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร
 
นโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล
การดำเนินการตามนโยบายการบริหาร ทรัพยากรบุคคล
หลักเกณฑ์การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
รายงานผลการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลประจำปี
มาตรฐานการปฏิบัติงาน
แผนอัตรากำลัง
  รับฟังความเห็นงานด้านทรัพยากรบุคคล
 
แนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต
ช่องทางแจ้งเรื่องร้องเรียนการทุจริต
ข้อมูลเชิงสถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริตประจำปี
รายงานการการกับติดตามการดำเนินการป้องกันการทุจริตรอบ 6 เดือน
รายงานผลการดำเนินการป้องกันการทุจริตประจำปี
  ช่องทางแจ้งเรื่องร้องเรียนการทุจริต
 มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน
 การดำเนินการตามมาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน
 
การประเมินความเสี่ยงการทุจริตประจำปี
การดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงการทุจริต
 
แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตประจำปี
รายงานการกำกับติดตามการดำเนินการป้องกันการทุจริตประจำปีรอบ 6 เดือน
รายงานผลการดำเนินการป้องกันการทุจริตประจำปี
 
พ.ร.บ./พ.ร.ก.
กฎกระทรวง/ระเบียบฯ
ระเบียบกฏหมายอื่นๆ
 
การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร
 มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน
 การดำเนินการตามมาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน
 
ข้อมูลเชิงสถิติการให้บริการ
มาตรฐานการให้บริการ
รายงานผลการสำรวจความพึงพอใจการให้บริการ
 คู่มือหรือมาตรฐานการปฏิบัติงาน
 ขอรับบริการออนไลน์
 การรับชำระภาษี
 
 
เนเธ™เธฐเธ™เธณเธญเธšเธ•.
______________________________________________________________________________________________
   
 
  แนะนำอบต.
 
 

ประวัติตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน

แสนยาวิราช (ขุนงอบ อินทะรังษี) ผู้ปกครองเมืองงอบ ปี 2455 – 2475 ชื่อบ้านงอบนี้ ใครตั้งไม่ทราบประวัติ แต่สันนิษฐานว่าไม่ใช่หมายถึงหมวกตามที่พจนานุกรมกล่าวแน่นอน เพราะคำว่า “งอบ” นั้นเป็นภาษาไทยกลาง ชาวบ้านในท้องถิ่นไม่ได้เรียกว่างอบ แต่เรียกหมวกทีมีลักษณะดังกล่าวว่า “กุ๊บ” ผู้มีอายุในหมู่บ้านได้ให้ความเห็นว่า คำว่างอบ อาจเอาชื่อของหมู่บ้านเดิมที่อพยพมา หรืออาจแผลงมาจากคำว่า “ง่อม” ซึ่งแปลว่าเงียบเหงา ก็ได้ เพราะสมัยก่อนมีคนน้อย คงจะเงียบเหงา ก็เลยเรียกว่าหมู่บ้านง่อม

เมื่อนานเข้ามีผู้คนมากขึ้นไม่ง่อมเหมือนเมื่อก่อน ๆ แล้ว ก็เลยเปลี่ยนชื่อมาเป็นงอบ ซึ่งคล้ายกับชื่อเดิม หรือไม่ก็เพี้ยนมาเป็นงอบตามวิวัฒนาการทางภาษา
หมู่บ้านงอบ เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ หมู่บ้านหนึ่ง สมัยก่อนเรียกติดปากกันว่า “เมืองงอบ” ประชาชนมีเชื้อสายไทลื้อ พูดภาษาไตลื้อกันทั่วทั้งหมู่บ้าน สมัยก่อนเป็นหมู่บ้านเดียวในอำเภอทุ่งช้างที่พูดภาษาไตลื้อ ปัจจุบันได้แยกไปอยู่ที่ หมู่ที่ ๔ (บ้านทุ่งสุน) อีก ๑ หมู่บ้านประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน อพยพมาจากที่ใดเมื่อไร นั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ได้แต่เล่าลือสืบต่อกันมาว่ามาจากสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ภาษาพูดคล้ายกับชาวยองในจังหวัดลำพูน ผู้สืบเชื้อสายไทลื้อในหมู่บ้านได้พยายามสืบค้นหาหลักฐาน เอกสาร ตำรา ร่องรอยหลายแห่งก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ ซึ่งมีผู้สืบค้นและเขียนประวัติของชนชาติไทลื้อไว้หลายเล่ม เช่น หนังสือ “ลื้อคนไทยในประเทศจีน” ได้กล่าวถึงตัวอักษรของชาวไทลื้อและวรรณคดีไทลื้อ สุภาษิตที่สำคัญ แบบแปลนบ้าน อาหาร เครื่องดึ่ม ความเป็นอยู่ในครอบครัว การตั้งชื่อเด็กหญิง,ชายตามลำดับขั้น การนับถือศาสนาพุทธ ศาสนาผี ประเพณีลอยกระทง พิธีขึ้นบ้านใหม่ พิธีแต่งงาน การละเล่นในเทศกาลต่าง ๆ การเกี้ยวพาราสีระหว่างคนหนุ่มสาว การล่าสัตว์ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับชาวไทลื้อบ้านงอบ จะตรงกันเป็นส่วนใหญ่

นอกจากนี้ ในหนังสือ ชาติวงศ์วิทยา ว่าด้วยชนชาติเผ่าต่าง ๆ ในประเทศไทย ได้กล่าวถึงชนชาติเผ่าต่าง ๆ มีตอนหนึ่งกล่าวถึงไทลื้อว่า “ถิ่นฐานของพวกไทลื้อส่วนใหญ่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขง แต่ก็มีมากที่อพยพมาอยู่ยังฝั่งไทย โดยเฉพาะในจังหวัดลำพูน ลำปาง เชียงราย แพร่และน่าน” ในหนังสือเรื่อง งานค้นคว้าเรื่องชนชาติไทย ของหลวงวิจิตรวาทการ มีการกล่าวถึงชาวไทลื้อมีใจความสำคัญคือ “ลื้อเป็นคนไทย มิใช่เป็นคนชาวป่าชาวดอย”
พระยาอนุมานราชธน ได้กล่าวถึงชาวไตลื้อ ไว้ในหนังสือ ไทย-จีน ว่า “ชาวไทลื้อ เป็นคนไทยที่รู้จักหนังสือ มีดินแดนดั้งเดิมอยู่ในแคว้นสิบสองปันนา ซึ่งมีอาณาเขตอยู่ระหว่างพม่ากับอ่าวตังเกี๋ย การแบ่งแคว้นสองปันนาออกเป็นเมืองใหญ่ถึง ๒๘ เมือง”

นอกจากนี้ ในปริญญานิพนธ์เรื่อง “วรรณกรรมไทลื้อ” ของชำนาญ รอดเหตุภัย ได้เขียนประวัติการอพยพของชาวไตลื้อว่า “ ชาวไทลื้อมีภูมิลำนาอยู่แคว้นสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน อพยพมาอยู่ในประเทศไทยหลายครั้ง สาเหตุการอพยพก็เพราะบางแห่งในถิ่นเดิมทุรกันดาร ไม่มีพื้นที่ทำมาหากิน ถูกโจรปล้นสดมรบกวน ได้รับการกดขี่ข่มเหงจากชนชาติผู้ปกครองคือจีนฮ่อและพม่า จึงได้อพยพเข้ามาตอนเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงราย ไทลื้อบางพวกได้ถูกกวาดต้อนลงมาเนื่องจากราชวงศ์คำมั่นเมืองเชียงใหม่ พระยาอุปราชหมูล่าเมืองลำปาง ยกไปตีเมืองเชียงรุ้งของไทลื้อ ซึ่งตกอยู่ในอำนาจของพม่า ได้รบพุ่งกันหลายครั้ง ในที่สุด เจ้าเมืองเชียงรุ้งกับท้าวพระยาสิบสองปันนาก็ยอมอ่อนน้อมขอขึ้นอยู่กับพระราชอาณาจักรไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๙ (จ.ศ.๑๒๑๘) ไทยได้กวาดต้อนเอาครอบครัวไตลื้อจาก เมืองพง เมืองหย่วน เมืองล่า แห่งแคว้น สิบสองปันนา มาไว้ในเขตนครน่านประมาณ พันคนเศษ ”

สุจิตต์ วงษ์เทศ ได้เขียนบทความเรื่อง “คนไทยที่สิบสองปันนา” ในหนังสือ ข่าวครูไทยในโอกาสที่ได้รับเชิญไปแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย-จีนว่า “ชาวไตลื้อ นอกจากมีดินแดนกว้างใหญ่อยู่ที่ สิบสองปันนาแล้ว ยังกระเซ็นกระสายอพยพโยกย้ายและถูกกวาดต้อนมาเพราะการสงครามแต่ก่อน ลงมาอยู่ ที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ก็มี จังหวัดน่านก็มี ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่าเคยถูกกวาดต้อนลงไปที่ภาคใต้ก็มี ทุกวันนี้ชาวไตลื้อในเขตสิบสองปันนาแม้จะอยู่ในดินแดนของจีน แต่ทางการของจีนก็ให้เป็นเขตปกครองตนเอง มีประธานคณะกรรมการเป็นชาวไตลื้อด้วยกัน”และในพงศาวดารเมืองน่าน ได้กล่าวถึงเรื่องเจ้าหลวงสุมนเทวราช ผู้ครองนครน่านยกทัพขึ้นไปตีสิบสองปันนาไว้ดังนี้

  • เถิงจุลศักราชได้ ๑๑๗๓ เดือน ๖ ลง ๑๓ ค่ำ อาชญาเจ้าหลวงสุมนเทวราชท่านก็ยกเอาพลนิกายโยธาทั้งหลาย ขึ้นเมือตีเอาเมืองล้า เมืองพง ก็ได้ยกรี้พลปงทัพไชยอยู่ท่าขึ้เหล็ก ฯ
  • เถิงจุลศักราชได้ ๑๑๗๔ ตัวเดือน ๓ อาชญาเจ้าหลวงท่านก็กวาดเอาคนครัวเมืองล้า เมืองพง เชียงแขง เมืองหลวงภูคา ลงมาไว้เมืองน่านมีคน ๖๐๐๐ คนหั้นแล ฯ
  • เถิงจุลศักราชได้ ๑๑๗๕ ตัวปีกาเล้า อาชญาเจ้าหลวงท่านก็ล่าถอยกองทัพลงมาเถิงเมืองน่านเดือน ๘ หั้นแล

ตามตำนานที่กล่าวขานสืบต่อกันมาในบรรพบุรุษของหมู่บ้าน ประกอบกับหลักฐานงานเขียนที่ได้อ้างอิงมา ตลอดจนประเพณีวัฒนธรรมของหมู่บ้านในปัจจุบัน พอสรุปได้ว่า คงจะอพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนาค่อนข้างแน่นอน แต่จะมาในสมัยใด เมืองใด นั้นไม่อาจทราบได้ อาจมาในคราวที่เจ้าหลวงสุมนเทวราช ผู้ครองนครน่านยกทัพไปตีสิบสองปันนา และกลับมาถึงเมืองน่านในปี จุลศักราช ๑๑๗๕ ก็เป็นได้ เพราะปีจุล-ศักราช ๑๑๗๕ ตรงกับ พ.ศ.๒๓๕๖ ในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และหลักฐานเท่าที่ปรากฏ มีครูบาอินต๊ะวิชัย เจ้าอาวาสวัดศรีดอนชัยองค์หนึ่ง เขียนไว้ในธรรมคัมภีร์ใบลาน เป็นภาษาพื้นเมืองล้านนาโบราณ ระบุปี จ.ศ. ๑๑๘๕ ซึ่งเป็นเวลาหลังจากเจ้าหลวงสุมนเทวราชกวาดต้อนคนลื้อมาจากสิบสองปันนาได้ ๑๐ ปีพอดี ว่าท่านมาจากเมืองหลวงภูคา และบรรยายถึงวัดศรีดอนชัยไว้ส่วนหนึ่งว่า “เขียนแล้วปางอยู่เมตตาวัดศรีดอนชัยงอบนาล้อมแก้วกว้าง

ซึ่งขณะนี้คัมภีร์ยังเก็บรักษาไว้ที่วัดศรีดอนชัย ตำบลงอบ ก็คงเป็นหน้าที่ของลูก หลาน เหลนของชาวไตลื้อ “บ้านงอบ” ที่จะต้องช่วยกัน สืบค้นหา ที่มาของบรรพบุรุษต่อไป

 
เอกสารแนบ
โดย admin   ประจำวันที่   09-09-2558

 

 
   
 
 
 
 
 
โทรศัพท์ 0-4456-0223 , โทรสาร 0-4456-0223


การแสดงผลบนหน้าเว็บไซต์จะสมบูรณ์ที่สุดในระบบเวอร์ชันล่าสุดของ Google Chrome, Mozilla Firefox, Microsoft Internet Explorer 11 ขึ้นไป
สงวนลิขสิทธิ์ © โดย MediaCreativeCenter 08-7776-6615
หน้าแรก  I  สถานที่สำคัญ  I  ผลิตภัณฑ์ตำบล  I  กระดานสนทนา  I  แผนผังเว็บไซต์  I  ติดต่ออบต..